|
|
|
MODIFY
YAMAHA RAINBOW
|
|
|
|
|
|
|
|
|
รถจักรยานยนต์
ยามาฮ่า เรนโบว์ เป็นรถฯที่มีความนิ่มนวล ขับขี่ง่าย ไม่ปรู๊ดป๊าดแบบรถจักรยานยนต์คู่แข่งในตลาดรถฯเมืองไทย
การทำรถฯที่นิ่มนวลแบบผู้ดีอังกฤษ (หมายถึง "ช้า ๆ แต่ว่ามั่งคง")
ให้กลับกลายมาเป็นความดุดันแบบชาวแมนยูฯ แฟนคลับก็คงทำได้ในระดับหนึ่งนะครับ
การทำการปรับแต่งเริ่มจากจัดการรื้อเอาเสื้อสูบไปทำการปาดหน้าราบ 0.5
ม.ม. โดยปาดทางด้านหัวเสื้อสูบ เพราะเครื่องยนต์รุ่นนี้หัวลูกสูบจะขึ้นไม่สุดปากกระบอกสูบ
โดยมีระยะห่างจากปากบนของเสื้อสุบอยู่ประมาณ 1.5 ม.ม. ซึ่งการปาดหัวเสื้อสูบออกไปจะทำให้ปริมาตรความจุของห้องเผาไหม้ลดลง
1.6 ซี.ซี. จากของเดิมในกรณีที่ใช้ลูกสูบไซด์แรก อัตราส่วนของกำลังอัดจะเพิ่มมากขึ้นพร้อมกับองศาการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ก็
จะมีการเปลี่ยนแปลงฝาสูบเดิมสแตนดาร์ดไม่ต้องปรับแต่ง สำหรับเพลาลูกเบี้ยวใช้ของเดิมสแตนดาร์ดไม่ต้องปรับแต่ง
สำหรับเพลาลูกเบี้ยวใช้ของเดิมสแตนดาร์ดหรือของแต่งก็ได้ ถ้าสามารถซื้อหามาได้
แต่ไม่ควรนำของเดิมไปเจียรหรือพอกเนื่องจากจะทำให้ไม่เสถียรและอาจเสียของไปเลยก็ได้
แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงในส่วนการปรับแต่งที่ใช้กับเพลาลูกเบี้ยวของเดิม
เพราะการปรับแต่งเพลาลูกเบี้ยวสามารถทำได้แต่ต้องอาศัยฝีมือ ความชำนาญและความละเอียดมากพอดู
จึงไม่แนะนำหรือบอกแนวทางให้เพระกลัวว่าจะเสียตังค์ เสียของ และจะเสียความรู้สึกคุณเปล่า
ๆ ถ้าใช้เพลาลูกเบี้ยวของเดิมก็ลองปรับเปลี่ยนองศาการเปิด-ปิดของวาล์ว
(อ่านในส่วนของหัวข้อเรื่อง "เพลาลูกเบี้ยว") แต่ถ้าต้องการแรงบิดและความเร็วที่มากกว่านี้
ก็จัดการนำลูกสูบของคาวาซากิ เชียร์ มาจัดการคว้านเสื้อสูบ ใส่เข้าไปแทนที่ลูกสูบเดิม
ถ้าเปลี่ยนลูกสูบชุดนี้เข้าไปก็ไม่ต้องปาดหัวเสื้อสูบออกเพราะกำลังอัดของเครื่องยนต์จะเพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว
และจะทำให้ปริมาตรความจุในกระบอกเพิ่มขึ้นเป็น 119 ซี.ซี. จากเครื่องยนต์เดิมที่มีความจุในกระบอกสูบเพียง
101.87 ซี.ซี. และถ้าจะให้ดีควรนำฝาสูบไปทำมุมเทเปอร์ของเบ้าฝาสูบ
ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง เพิ่มขึ้นเป็น 53.5 ม.ม. จากของเดิมอยู่ที่ประมาณ
50.0 ม.ม. แต่ต้องให้ช่างผู้ทำการขยายเทเปอร์ฝาสูบในส่วนนี้ ไม่ให้เนื้อที่ความจุของฝาสูบเพิ่มขึ้นมากเกินความจำเป็น
พยายามทำมุมองศาให้นอนราบมากที่สุด เพราะจะทำให้ พื้นที่ถูกขยายออกไปน้อยที่สุด
การไม่นำฝาสูบไปทำการแก้ไขก็สามารถทำได้ แต่จะสูญเสียอัตราแรงดันที่จะได้จากการจุดระเบิดไปเล็กน้อย
บริเวณทางเดินของอากาศแรงดัน ของท่อไอดี ปากทางเข้าทำองศาเทเปอร์เล็กน้อยเพื่อให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับท่อไอดีแล้วขัดให้เรียบแต่ต้อง
ระวังอย่าขยายทางเดินในส่วนของไอดีให้ใหญ่กว่าของเดิมมาก เพราะจะเสียอัตราเร่งไป
บริเวณทางเดินของอากาศแรงดัน ของท่อไอเสียขยายทำมุมเอียงราบออกมาจากด้านในต้องระวังอย่าให้บ่าวาล์วชำรุด
ขยายออกจนส่วนปลายมีขนาดเท่าเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของประเก็นปากท่อ
แล้วทำการเก็บให้เรียบลื่น (ในส่วนนี้มีรายะเอียดกล่าวไว้ในหัวข้อเรื่อง
"การปรับแต่งทางเดินอากาศ" ไว้เป็นแนวทางที่สามารถเข้าใจได้อย่างง่าย
แม้จะไม่ใช่ช่างมืออาชีพก็สามารถทำได้)
สำหรับเครื่องยนต์รุ่นนี้ใช้ลิ้นวาล์วแกนเล็กและใช้สปริงวาล์วเพียวตัวเดียว
ต้องทำการเสริมสปริงวาล์วของวาล์วไอเสียและวาล์วไอดี เพื่อเสริมแรงกดและแรงดันให้กับวาล์วทำให้ระบบการเปิด-ปิดของวาล์วเป็นเป็นอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
และเพื่อป้องกันอาการวาล์วชะงักในช่วงโอเวอร์แลปของเครื่องยนต์ที่รอบสูงโดยการนำแหวนรอง
แบบทองเหลืองที่ใช้การรองกันรั่วซึมของสกูรเบรครถยนต์ เพราะจะมีขนาดพอดีกับความกว้างของสปริง
นำสปริงวาล์วตัวนี้ไปเทียบดูขนาดได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ประเภทนี้ได้เลย
ขนาดความหนา 0.5 ม.ม. โดยเสริมข้างละ 1 ตัว
หลังจากทำการประกอบชุดฝาสูบเข้ากับตัวเครื่องยนต์เป็นที่เรียบร้อย
ให้ทำการวัดระยะห่างของวาล์ว โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวัดระยะห่าง
(ฟิลเลอร์ เกจ) ให้ระยะห่างของวาล์วไอดี 0.05 วาล์วไอเสีย 0.04 การตั้งให้ระยะห่างของวาล์วไอเสียชิดกว่าระยะมาตรฐานก็เพื่อปรับเปลี่ยนองศาการเปิด-ปิดของเพลาลูกเบี้ยว
(อ่านในส่วนของหัวข้อเรื่อง "เพลาลูกเบี้ยว")
ทำการถอดกลไกปรับตั้งความตึงของโซ่ราวลิ้นออกมา โดยนำชุดปรับตั้งความตึงออกทั้งหมดเหลือคงไว้เพียงแต่แกนกดโซ่ไทมิ่ง
นำสกูรขนาดเกลียว 6 ม.ม. ที่มีความยาว 3 นิ้วพร้อมน็อต มาใส่แทนที่ชุดกดสปริงแล้วทำการปรับระยะความตึงของโซ่ราวลิ้น
โดยการหมุนล้อแม่เหล็ก และปรับสกรูตวที่ใส่เข้าไปแทนที่ เมื่อได้ระยะที่ตึงได้ที่แล้ว
ก็ทำการล็อคน็อตตัวตั้งกับเสื้อปรับระยะความตึงให้แน่น ไม่ควรตั้งจนตึงเกินไปจะทำให้การทำงานของเครื่องยนต์เกิดอาการฝืด
(ตรวจเช็คได้โดยการลองหมุนล้อแม่เหล็กดู ถ้ามันรู้สึกว่าฝืดและหนักมือเกินเหตุ
ก็แสดงว่าขันสกรูค้ำแน่นมากเกินไป ต้องคลายออกจนได้พอตามความน่าจะเป็น)
ที่ต้องทำการดัดแปลงแก้ไขชุดปรับตั้งความตึงเพราะเมื่อเครื่องยนต์ต้องทำงานอย่างรวดเร็วในการถ่ายกำลังลงสู่ล้อ
ชุดปรับตั้งของเดิมไป สามารถควบคุมแรงตึงของเดิมไม่สามารถควบคุมแรงตึงของโซ่ราวลิ้นได้
ทำให้เครื่องยนต์เกิดอาการแบ็คหรือการสลัดตัวของโซ่ราวลิ้นในจังหวะโอเวอร์แลปของเครื่องยนต์
ทำให้วาล์วไอดี และวาล์วไอเสียเกิดการถูกเนื้อต้องชนกันในช่วงจังหวะนี้ของเครื่องยนต์
และมีการกระแทกของวาล์วกับหัวลูกสูบได้ในจังหวะที่ลูกสูบเคลื่อนตัวสู่ศูนย์ตายบน
ถ้าเป็นเครื่องยนต์เดิมก็จะไม่ค่อยเกิดปัญหานี้ เพราะการสร้างรอบของเครื่องยนต์ไม่ค่อยรุนแรง
เมื่อมีการปรับแต่งเครื่องยนต์ตัวนี้ก็จะเกิดปัญหานี้ขึ้นมาทันที (เจอะเจอบ่อย)
ทำการถอดล้อแม่เหล็กออกมาตัดแถบคัตเตอร์นับจังหวะ การจุดระเบิด ออกไปจากเดิม
ซึ่งความยาวของแถบเดิมประมาณ 51 ม.ม. ให้ตัดออกในส่วนของด้านหลังหรือส่วนท้ายสุดของแถบ
ถ้าดูตามเข็มนาฬิกา ตัดออกไป 5 ม.ม. การตัดแถบตัวนี้ออกไปก็เพื่อที่จะให้ช่องระยะของการอ่านพลัชเซอร์ที่จะนับจังหวะการหมุนของเครื่องยนต์
เพื่อจะส่งต่อไปให้กับกล่องควบคุมการจุดระเบิด (C.D.I.UNIT) แคบลง
เพราะในระบบเครื่องยนต์ 4 จังหวะ การที่กล่องควบคุมการจุดระเบิดมีการสั่งจ่ายไฟเพื่อการจุดระเบิดมีค่าผันแปรมากเกินไป
จะมีผลเสียต่ออัตราเร่งและรอบเครื่องยนต์ ถ้าเป็นรถเพื่อการใช้งานแบบครอบครัวที่ไม่ต้องการความเร้วที่จัดจ้านก็จะทำให้ความรู้สึกที่นิ่มนวลดี
แต่กับการปรับแต่งความนิ่มนวลตรงนี้ก็เป็นผลเสียเช่นกัน หลังจากที่ทำการตัดแถบส่วนนี้ออกแล้วจะทำให้องศาการจุดระเบิดเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ท่อไอเสียถ้าใช้ท่อสูตรก็ควรดูสำนักสูตรท่อโมดิฟายที่มีชื่อเสียงเป็นมาตรฐานรู้จักกัน
อย่างแพร่หลายจึงจะทำให้เครื่องยนต์เพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพ ถ้าเป็นท่อสูตรที่ผ่านการคำนวณมาอย่างไรไม่ดีก็จะมีผลเสียต่อเครื่องยนต์
ควรเลือกซื้อท่อสูตรที่มีคุณภาพดีและได้มาตรฐานมาติดตั้งให้กับเครื่องยนต์ของคุณ
ซึ่งท่อสูตรของรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ที่ผลิตออกมาจะมีสูตรใกล้เคียงกัน
การเลือกซื้อท่อสูตรควรสังเกตที่คอท่อที่ทำออกมาจำหน่าย อย่าให้เล็กเกินไปเพราเครื่องยนต์รุ่นนี้
มีขนาดของลูกสูบค่อนข้างใหญ่ แต่ถ้าใช้ท่อไอเสียเดิมเวลาที่เรียกรอบความเร็วเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว
จะมีอาการอั้นและไม่ต่อเนื่อง เพราะแผ่นกั้น 2 ชั้น บริเวณปลายท่อจะดักแรงดันไอเสียไว้
และตีกลับเข้าสู่ห้องเผาไหม้
สำหรับคาร์บูเรเตอร์ในกรณีที่ใช้ของเดิมติดรถโดยไม่ได้ถอดชุดกรองออกไม่ต้องเพิ่มนมหนูน้ำมันให้ใหญ่ขึ้นจากเบอร์เดิม
ถ้าต้องการที่จะเปลือยหม้อกรองอากาศ เพื่อความจัดจ้านของเครื่องยนต์ก็ต้องเพิ่มนมหนูอากาศ
ให้ใหญ่กว่าเดิมหนึ่งเบอร์ ปรับสกรูอากาศ 2 รอบ ถึง 2 ? รอบ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกก็จัดการนำคาร์บูเรเตอร์ของ
ไค-ฮิน รุ่น PE 24 ที่ใส่มากับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า แดช แต่ต้องทำการดัดแปลงคอท่อไอดีเพื่อหลบให้คาร์บูเรเตอร์มาอยู่ด้านข้าง
เพราะเครื่องยนต์รุ่นนี้มีการออกแบบมาให้คาร์บูเรเตอร์หันปากไปทางด้านหน้าของรถ
ถ้าเปลือยหม้อกรองอากาศจะทำให้อากาศทะลักเข้ามาที่ปากคาร์บูเรเตอร์แต่ต้องห่างจากปากคาร์บูเรเตอร์2
นิ้ว เมื่อทำการปิดปากท่อไอดีจนได้องศาก็นำไปอ็อกอาร์กอน ให้สนิทกันเหมือนเดิมแล้วซื้อยางปากคาร์บูเรเตอร์ของซูซูกิ
GP 100 หรือ 125 มาดัดแปลงรูยึดติดเข้ากับท่อไอดีจึงจะสามารถใส่คาร์บูเรเตอร์ได้
ถ้าไม่ต้องการดัดแปลงก็ไปหาซื้อท่อไอดีของ คาวาซากิ ทักซิโด มาแก้รูจุดยึดใหม่ให้ยึดเข้ากับปากไอดีที่ฝาสูบได้พอดีก็ใช้ได้เหมือนกัน
ทำการขัดแต่งพื้นผิวภายในท่อไอดีให้กว้างขึ้นเล็กน้อยและเก็บให้เรียบ
เมื่อติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยให้ทำการปรับแต่งโดยใช้นมหนูอากาศเบอร์40
นมหนูน้ำมันเบอร์ 100-105 ขึ้นอยู่กับท่อสูตรที่นำมาใส่ เข็มเร่งสแตนดาร์ดขั้น
3 ปรับสกรูอากาศ 1 ?รอบถึง 2 รอบก็เป็นอันใช้ได้
ส่วนอัตราการทดสเตอร์ให้ใช้สเตอร์หน้าเดิม สำหรับสเตอร์หลังในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่แต่ละคนจะใช้ขนาดไหนแต่ที่แน่
ๆ คงต้องลดลงจากเดิมไม่น่าจะมากกว่าสองฟันขึ้นไป
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
สำหรับบริษัท
, ห้างร้าน หรือผู้ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับ วงการมอเตอร์ไซค์
ของท่านสู่เว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ท่านสามารถส่งรายละเอียดข่าวสาร หรือกิจกรรมของท่านมาได้ที่
contact@thaimocy.com
ทางเว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ยินดีเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และกิจกรรมของท่าน |
|
| |
|
|
|
|
|
ขณะนี้มีผู้ออนไลน์ = 18 คน
|
ขอขอบคุณที่ใช้บริการครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-691 0499 แฟกซ์. 02-691 0500
สายตรง. 09-924-1863
contact@thaimocy.com |
|
|
|
|
|
|
|
|