ระบบซื้อ - ขาย สินค้าผ่านเว็บไทยมอไซค์ ... สะดวกซื้อ สะดวกขาย..เชิญครับ
           
อยากสวย.....อยากแต่ง.....อยากแรง.....อยากรู้เรื่องอะไหล่.....ครบเครื่องเรื่องมอไซค์...ต้องที่...www.thaimocy.com...
 เช็คเมลล์ Thai    |   English
     
 ::  หน้าแรกเว็บไทยมอไซค์
 ::  สมาชิกเว็บไซต์
 ::  รายชื่อบริษัท/โรงงาน ผู้ผลิต
 ::  รายชื่อร้านซ่อม/จำหน่าย
 ::  รายละเอียดการใช้อะไหล่
 ::  อะไหล่ที่ใช้ทดแทนกันได้
 ::  ข่าวสารวงการมอเตอร์ไซค์
 ::  ข่าวสารประจำวัน
 ::  อยากโมดิฟายมอเตอร์ไซค์
 ::  อยากรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์
 ::  กระดานถาม-ตอบ มอเตอร์ไซค์
 ::  อยากซื้อ-อยากขาย
 ::  สินค้าของไทยมอไซค์
 ::  เกี่ยวกับบริษัท
 ::  เปิดร้านค้าใหม่กับไทยมอไซค์
 ::  รวมเด็ดรูปภาพมอเตอร์ไซค์
 ::  รวมเด็ดเว็บราชการ
 ::  รวมที่เด็ดเว็บกีฬา
 ::  รวมเด็ดเว็บมอเตอร์ไซค์
 ::  เพิ่มรายชื่อบริษัท,โรงงาน,ร้าน
 ::  ติดต่อกับเรา
 
 
ระบบไฟกับการทำงานของเครื่องยนต์

ณ ที่นี้เราจะกล่าวกันถึงระบบการจุดระเบิด ที่ใช้สำหรับการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ไดใช้อุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้าหนึ่งชุดอันประกอบด้วย ชุดขดลวดจานไฟล้อแม่เหล็ก คอล์ยจุดระเบิด และอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดก็คือ กล่องควบคุมการจุดระเบิด (Copacitor Discharge Lgnition Unit) หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า กล่องซีดีไอ ระบบบังคับการจุดระเบิดแบบซีดีไอ ทำงานสั่งจ่ายจังหวะการทำงานได้แม่นยำในด้านการสร้างกระแสไฟฟ้าแรงสูงจ่ายให้กับ คอย์ลจุดระเบิดเพื่อส่งต่อไปที่หัวเทียน ทั้งนี้เพราะในชั้นแรกกระแสไฟฟ้าไม่ว่จะจากแบตเตอรี่หรือ จากระบบกำเนิดไฟฟ้าแบบแมกนีโต จะเข้าไปประจุแรงดันอยู่ที่กล่องควบคุมตัวนี้ประมาณสามถึงสี่ร้อยโวลต์ กระแสนี้จะถูกส่งเข้าสู่ขดลวดไพรมารี่ของคอล์ยจุดระเบิดเพื่อสร้างกระแสไฟแรงดันสูงให้หัวเทียนได้อย่างรวดเร็ว ตามจังหวะการนับของพลัซเซอร์ โดยพลัซเซอร์ตัวนี้สามารถนับจังหวะและทราบถึงจังหวะการเคลื่อนตัวของลูกสูบได้จาก แถบคัตเตอร์ที่ล้อแม่เหล็ก หรือในอีกระบบหนึ่งที่ไม่มีการใช้ ชุดพลังพลัซเซอร์คอล์ย ก็จะทราบจังหวะได้จากการนับของขดลวดสตารท์กับแถบแม่เหล็กภายในที่หมุนผ่าน จังหวะของจุดระเบิดนั้นจะใช้ระยะเวลาในการนี้เพียง 2-3 ส่วนล้านวินาที ซึ่งในส่วนของการส่งกระแสไฟเข้าสู่ระบบการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เพื่อสร้างพลังงานนี้จะสิ้นสุดกระบวนการขั้นสุดท้ายที่เขี้ยวหัวเทียนโดยใช้วิธีการสร้างไฟฟ้าแรงดัน สูงส่งสู่ปลายฉนวนเพื่อการกระโดดข้ามลงดินของเครื่องยนต์ตรงเขี้ยวหัวเทียน ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดประกายไฟ ขึ้นและเมื่อจ๊ะเอ๋เข้ากับแรงกดดันอย่างมหาศาลของอากาศและน้ำมันเชื้องเพลิงในห้องเผาไหม้ ก็จะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงพร้อมกับผลักให้ลูกสูบเคลื่อนตัวลงเข้าสู่ระบบต่อไป ตรงนี้แหละคือแหล่งกำเนิดพลังงานขั้นต้นของเครื่องยนต์ สำหรับจังหวะการจุดระเบิดมีการกระทำโดยหัวเทียนจะกระทำการก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนถึงจุดศูนย์ตายบน (จุดที่ลูกสูบขึ้นสูงสุดและวาล์วไอดี / วาล์วไอเสียปิดสนิท) เล็กน้อย โดยเฉลี่ยแล้วเครื่องยนต์สแตนดาร์ด จะมีองศาการหมุนอยู่ประมาณที่ 15-25 องศาก่อนศูนย์ตายบน ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมช่องจัวหวะสัญญาณ การจุดระเบิดของกล่องซีดีไอ ที่ผู้ผลิตฯติดตั้งมากับเครื่องยนต์นั้น ๆ สำหรับเครื่องยนต์ที่มีการปรับแต่งหรือที่เรียกว่าโมดิฟายจะทำการเลื่อนหรือปรับเปลี่ยนองศา การจุดระเบิดให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ประมาณ 5-10 องศา โดยวิธีการเลื่อนชุดขดลวดจานไฟถอยหลัง หรือหมุนตามเข็มนาฬิกาหรือถ้าเครื่องยนต์ ตัวนั้นได้ติดตั้งตัวเดียวให้ ถอยหลังก็ได้เช่นกัน และอีกวิะหนึ่งก็คือการสไลด์ลิ่มจานไฟ เพื่อทำให้ล้อแม่เหล็กถูกเลื่อนจากตำแหน่งเดมมาด้านหน้าหรือทวนเข็มนาฬิกา เพื่อให้ตำแหน่งการนับจังหวะ จุดระเบิดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งจะมีผลทำให้แรงอัดจากการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้เพิ่มขึ้นจากเดิมเพราะอณูและโมเลกุลของก๊าซไอดียัง กระจัดกระจายอยู่เมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวขึ้นสูงมากเท่าใดแรงกดดันก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปจะมีโอกาส ทำให้เกิดมีการรวมตัวของก๊าซจนเป็นหยดน้ำ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการเผาไหม้ตัวเองของมัน แต่ไม่ใช่จะเลื่อนจังหวะการจุดระเบิดซะมากมายแล้วจะเป็นผลดี เพราะถ้าเลื่อนให้องศาก่อนจุดที่ศูนย์ตายบนมาก ๆ จะทำให้เครื่องยนต์หมุนถอยหลังได้ ทุก ๆ อย่างมันต้องมีความพอดีคับโปรดระวัง! ถ้าทำการเลื่อนได้จุดที่เหมาะสมทำให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งที่ดีขึ้นและทำให้การเผาไหม้ในห้องเผาไหม้ เป็นไปอย่างรวดเร็วและหมดจดมากขึ้น แต่ถ้าการปรับเปลี่ยนอาศาการจุดระเบิดแก่มากเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์เกิดอาการแบ็คหรือตีกลับ เพราะแรงเหวี่ยงสะสมจากเพลาข้อเหวี่ยงถูกทำลายเร็วเกินไป จึงไม่สามารถหมุนลูกสูบผ่านขึ้นไปยังศูนย์ตายบน ได้ตามปกติหรือถ้าผ่านขึ้นไปได้ก็ไม่สามารถถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างต่อเนื่องจะทำให้รถฯ มีอาการตัน ในบางครั้งการปรับแต่งเครื่องยนต์ก็ต้องให้องศาการจุดระเบิดช้าลงจากเดิมเช่นกัน (หมายถึงการปรับไฟอ่อน) เพราะการปรับแต่งอุปกรณ์ชิ้นส่วนอื่น ๆ ของเครื่องยนต์มีผลกับระบบไฟเช่นกัน สิ่งที่จะทำให้รู้และกำหนดจังหวะการจุดระเบิดได้ก็ต้องอาศัยเครื่องมือหรือุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า ไทมิ่ง-ไลท์ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ชุดนี้จะถูกนำมาคีบกับสายคอลย์หัวเทียนเพื่อนับจังหวะการจุดระเบิดโดย จะส่งสัญญาณออกมาเป็นระบบไฟกระพริบความถี่สูง เมื่อนำมาส่องกับจุดมาร์คของจานไฟก็จะได้เห็น จังหวะที่ไฟจุดระเบิด ถ้าตำแหน่งตรงกันกับจุดชี้ตำแหน่งที่ตัวแคร้งท์หมายถึงองศาการจุดระเบิดมาตรฐานที่โรงงานกำหนด ถ้ามาร์คที่จานไฟเลยมาทางด้านหน้าหมายถึงไฟอ่อนถ้ามาร์คที่จานไฟถอยมาทางด้านหลังหมายถึงไฟแก่นั่นเอง

รวมความเล็ก ๆ
รวมความได้ว่า อากาศ น้ำมัน ไฟ คือพื้นฐานสำคัญที่จะกำหนดสมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ถ้าสามารถทำให้ทั้งสามอย่างนี้ได้สัดส่วนที่ลงตัวก็สามารถทำให้เครื่องยนต์นั้น ๆ แรงขึ้นมาได้โดยแทบจะไม่ต้องทำอะไรกับเครื่องยนต์เลย แต่ในทางกลับกันต่อให้ปรับแต่งอุปกรณ์ชนิดพิเศษใด ๆ เพิ่มเติมเข้าไปในเครื่องยนต์แล้วปัจจัยทั้งสามอย่างนี้ไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสมเครื่องยนต์เดิม ๆ ยังจะดีกว่าโปรดอย่ามองข้าม

 
     
         สำหรับบริษัท , ห้างร้าน หรือผู้ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับ วงการมอเตอร์ไซค์ ของท่านสู่เว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ท่านสามารถส่งรายละเอียดข่าวสาร หรือกิจกรรมของท่านมาได้ที่ contact@thaimocy.com ทางเว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ยินดีเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และกิจกรรมของท่าน  
   
   

  Get free counter at Cgi2yoU.com

ขณะนี้มีผู้ออนไลน์ = 82 คน
ขอขอบคุณที่ใช้บริการครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-691 0499 แฟกซ์. 02-691 0500
 สายตรง. 09-924-1863
contact@thaimocy.com