ระบบซื้อ - ขาย สินค้าผ่านเว็บไทยมอไซค์ ... สะดวกซื้อ สะดวกขาย..เชิญครับ
           
อยากสวย.....อยากแต่ง.....อยากแรง.....อยากรู้เรื่องอะไหล่.....ครบเครื่องเรื่องมอไซค์...ต้องที่...www.thaimocy.com...
 เช็คเมลล์ Thai    |   English
     
 ::  หน้าแรกเว็บไทยมอไซค์
 ::  สมาชิกเว็บไซต์
 ::  รายชื่อบริษัท/โรงงาน ผู้ผลิต
 ::  รายชื่อร้านซ่อม/จำหน่าย
 ::  รายละเอียดการใช้อะไหล่
 ::  อะไหล่ที่ใช้ทดแทนกันได้
 ::  ข่าวสารวงการมอเตอร์ไซค์
 ::  ข่าวสารประจำวัน
 ::  อยากโมดิฟายมอเตอร์ไซค์
 ::  อยากรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์
 ::  กระดานถาม-ตอบ มอเตอร์ไซค์
 ::  อยากซื้อ-อยากขาย
 ::  สินค้าของไทยมอไซค์
 ::  เกี่ยวกับบริษัท
 ::  เปิดร้านค้าใหม่กับไทยมอไซค์
 ::  รวมเด็ดรูปภาพมอเตอร์ไซค์
 ::  รวมเด็ดเว็บราชการ
 ::  รวมที่เด็ดเว็บกีฬา
 ::  รวมเด็ดเว็บมอเตอร์ไซค์
 ::  เพิ่มรายชื่อบริษัท,โรงงาน,ร้าน
 ::  ติดต่อกับเรา
 
 
ความสำคัญของท่อไอเสียสำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ

ก่อนจะพูดถึงความสำคัญของท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ จะต้องมาทำความเข้าใจถึงระบบและหลักในการทำงานเกี่ยวกับการขับไล่หรือการคายก๊าซไอเสียกันก่อน ด้วยว่าการที่จะให้เครื่องยนต์จากเดินที่มีกำลังอยู่แค่ยี่สิบแรงม้าให้กลายเป็นยี่สิบสองหรือสามสิบแรงม้า ก็จำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องของการคายไอเสียออกจากกระบอกสูบเป็นหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญอยู่ไม่ใช้น้อยทีเดียว
การขับไล่ก๊าซไอเสียออกจากกระบอกสูบของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบการทำงานในห้องเผาแบบ "ออโต้-ไซเคิล" (Auto - Cycle) ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นแบบการใช้กำลังอัดภายในกระบอกสูบขับดันก๊าซ เพื่อล้างก๊าซไอเสียออกหลังจากจังหวะจุดระเบิด เพื่อให้ในภายในกระบอกสูบหรือห้องเผาไหม้ มีที่สำหรับก๊าซไอดีใหม่ ที่จะเข้ามารอรับการเผาไหม้เพื่อทำการสร้างกำลังขึ้นในรอบต่อไปนั่นเอง

ในระบบเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ การขับไล่ก๊าซไอเสียออกและการดูดก๊าซไอดีเข้ากระบอกสูบนั้น กระทำโดยการหมุนของเพลาข้อเหวี่ยงจำนวนสองรอบเท่ากับ 720 องศา ซึ่งแบ่งออกเป็นจำนวน 360 องศา เท่ากับ หนึ่งรอบหมุนโดยจังหวะหนึ่งของลูกสูบทำหน้าที่ขับดันก๊าซไอเสียที่ค้างอยู่ใน กระบอกไปทางวาล์วไอเสียแล้วจังหวะกลับสวนทางอีกจังหวะหนึ่งก็จะดูดเอาก๊าซไอดีเข้าโดย ผ่านทางวาล์วไอดีของเครื่องยนต์เข้ามา ในกระบอกสูบ ดังนั้นจึงเป็นการแยกกลไกส่วนที่เกี่ยวข้องกับแก๊สในเครื่องยนต์ออกไปเป็นสัดส่วนจากกันเกือบทั้งหมด ที่ว่าเกือบก็เพราะมีการให้วาล์วของแต่ละระบบเปิดร่วมกัน เรียกว่าโอเวอร์แลป (Overlap) คือจังหวะที่วาล์วไอเสียเริ่มปิด วาล์วไอดีก็จะเริ่มเปิด ทำให้มีก๊าซไอเสียผสมเข้ากับก๊าซไอดีมีอยู่บ้าง รวมทั้งการที่มีก๊าซไอดีไหลออกทางวาล์วไอเสียด้วยเช่นกัน แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาระยะแรกในการเริ่มของจังหวะรับก๊าซไอดีเข้าเพียงนิดเดียวเท่านั้น ไม่เป็นผลเสียกับน้ำหนักของก๊าซไอดีที่ถูกขังในกระบอกสุบเมื่อวาล์วไอดีปิดลงเลย
แน่นอนที่ว่ากลไกอันจำเป็นจะต้องแยกการทำงานของเครื่องยนต์ออกเป็น 4 จังหวะนั้น มีมากกว่าการใช้อุปกรณ์พื้นฐานอันได้แก่ ชุดข้อเหวี่ยงและชุดลูกสูบ ซึ่งเราเรียกอุปกรณ์เพิ่มเข้ามานี้ว่า ชุดกลไกบังคับลิ้น ทำให้การขับไล่ก๊าซไอเสียมีสมรรถภาพสูงกว่าเครื่องยนต์ในระบบ 2 จังหวะจะเห็นได้ว่าคุ้มค่ากับความยุ่งยากและกลไกอันซับซ้อนในการที่ต้องเพิ่มกลไลบังคับวาล์วทั้งหมด อีกทั้งการมีแรงดันเฉลี่ยสูงสำหรับเครื่องยนต์ที่มีการปรับแต่ง ให้เป็นเครื่องยนต์แรงสูงนั้น อาจจะได้เกินกว่าสองร้อยยี่สิบปอนด์/ตารางนิ้ว ก็เป็นได้
ท่อไอเสียของเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ส่วนใหญ่จะเป็นท่อที่มีขนาดเส้นผ่าสูนย์กลางภายในที่ใกล้เคียงกันตลอดความยาวไปจนถึงปลายท่อในส่วนที่เก็บเสียง ซึ่งเป็นส่วนที่มาต่อกับตัวท่ออีกที ในบางรุ่นหรือเป็นแบบท่อติดกันเช่นรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะที่มีขายในเมืองไทยจำพวก ฮอนด้าเวฟ, ยามาฮ่า-เรนโบว์ เป็นต้น
วิศวะกรผู้ออกแบบก็ทราบดีถึงคลื่นความดันที่เกิดขึ้นในท่อนี้เรียกว่าคลื่นสะท้อนจากการคายของไอเสียที่พุ่งออกมาทางวาล์วไอเสีย จากห้องเผาไหม้หลังการจุดระเบิดและเมื่อเรียนรู้ลักษณะคลื่นเหล่านั้น ก็มีการคิดค้นหาทางใช้คุณสมบัติของคลื่นเหล่านี้มาเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพ ของเครื่องยนต์เพื่อให้เกิดความเร็วสูงสุดและแรงบิดที่มากขึ้นมาจากเดิม เช่น ท่อเฮดเดอร์ในรถยนต์ แต่สำหรับท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะภาษาทางศัพท์เทคนิคนี้เขาจะเรียกว่า เอ็กซแปนชั่น มัฟเฟอร์ (Expansion Muffler) ซึ่งเป็นศัพท์ที่ใช้เรียกแบบเดียวกับรถยนต์
ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง จะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนจากท่อเดิมมาเป็นท่อสูตรและจะแตกต่างออกไป ก็ต้องขึ้นอยู่กับท่อสูตรนั้น ๆ ด้วย ซึ่งการคิดค้นออกมาจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับการคำนวณสูตรของท่อด้วยเช่นกัน จึงนับได้ว่าเป็นท่อสูตรที่ดีและมีประสิทธิภาพการเซ็ท-อัพ เครื่องยนต์และการปรับแต่งคาร์บูเรเตอร์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถของเครื่องยนต์นั้น ๆ รถจักรยานยนตส่วนใหญ่ที่ได้รับการติดท่อสูตรเข้าไปจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10- 15% ซึ่งนับว่ามากพอสมควรอย่างไรก็ตามเพียงแค่ท่อใบเดียวก็ยังไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ของเครื่องยนต์เครื่องนั้นได้อย่างเต็มที่สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สมรรถนะและประสิทธิเครื่องยนต์ยังสามารถที่จะเพิ่มขึ้นได้อีกถ้ามีความรู้และความเข้าใจในเรื่องชิ้นส่วนและอุปกรณ์ควบ ที่ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งขนาดของวาล์ว การจัดองศาเพลาลูกเบี้ยว การเพิ่มกำลังอัดในห้องเผาไหม้และการป้อนไอดี (ในที่นี้ หมายถึง ท่อไอดีและคาร์บูเรเตอร์) ถ้าสามารถทำให้ทุกอย่างที่กล่าวมานี้ ได้สัดส่วนและมีการทำงานสอดคล้องสมบูรณ์ ก็จะทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะและประสิทธิภาพสูงขึ้นตั้งแต่ 30-60% ได้

ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเครื่องยนต์ที่ได้รับจากท่อสูตรนี้ทำให้เหล่านักบิดประจำหมู่บ้าน ทั่วโลกนิยมและคลั่งไคล้ยิ่งนักจนทำให้บรรดาเจ้าสำนักโมดิฟายท่อสูตรทั้งหลายร่ำรวยมหาศาล เช่น สำนักโยชิมูระ เป็นต้น ส่วนในบ้านเราที่ดัง ๆ ก็มีอยู่มากมาย บางรายถึงกับมีชื่อติดหูติดปาก และก็ยังมีอีกมากมายในส่วนของนักประดิษฐ์คิดค้นในเมืองไทยที่ทำท่อสูตรออกมาขาย ซึ่งมีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกัน

 
     
         สำหรับบริษัท , ห้างร้าน หรือผู้ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับ วงการมอเตอร์ไซค์ ของท่านสู่เว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ท่านสามารถส่งรายละเอียดข่าวสาร หรือกิจกรรมของท่านมาได้ที่ contact@thaimocy.com ทางเว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ยินดีเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และกิจกรรมของท่าน  
   
   

  Get free counter at Cgi2yoU.com

ขณะนี้มีผู้ออนไลน์ = 38 คน
ขอขอบคุณที่ใช้บริการครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-691 0499 แฟกซ์. 02-691 0500
 สายตรง. 09-924-1863
contact@thaimocy.com