ระบบซื้อ - ขาย สินค้าผ่านเว็บไทยมอไซค์ ... สะดวกซื้อ สะดวกขาย..เชิญครับ
           
อยากสวย.....อยากแต่ง.....อยากแรง.....อยากรู้เรื่องอะไหล่.....ครบเครื่องเรื่องมอไซค์...ต้องที่...www.thaimocy.com...
 เช็คเมลล์ Thai    |   English
     
 ::  หน้าแรกเว็บไทยมอไซค์
 ::  สมาชิกเว็บไซต์
 ::  รายชื่อบริษัท/โรงงาน ผู้ผลิต
 ::  รายชื่อร้านซ่อม/จำหน่าย
 ::  รายละเอียดการใช้อะไหล่
 ::  อะไหล่ที่ใช้ทดแทนกันได้
 ::  ข่าวสารวงการมอเตอร์ไซค์
 ::  ข่าวสารประจำวัน
 ::  อยากโมดิฟายมอเตอร์ไซค์
 ::  อยากรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์
 ::  กระดานถาม-ตอบ มอเตอร์ไซค์
 ::  อยากซื้อ-อยากขาย
 ::  สินค้าของไทยมอไซค์
 ::  เกี่ยวกับบริษัท
 ::  เปิดร้านค้าใหม่กับไทยมอไซค์
 ::  รวมเด็ดรูปภาพมอเตอร์ไซค์
 ::  รวมเด็ดเว็บราชการ
 ::  รวมที่เด็ดเว็บกีฬา
 ::  รวมเด็ดเว็บมอเตอร์ไซค์
 ::  เพิ่มรายชื่อบริษัท,โรงงาน,ร้าน
 ::  ติดต่อกับเรา
 
 
น้ำหนักใต้สปริง..คืออะไร?

น้ำหนักใต้สปริง บางท่านก็อาจจะทราบแล้ว แต่ผมเชื่อว่า ยังมีอีกมากที่ยังไม่รู้ว่า มันคืออะไร อยู่ตรงไหน และมีไว้ทำอะไร แท้ที่จริง มันก็คือ น้ำหนักรวมทั้งหมด ที่อยู่ต่ำกว่าสปริงของระบบกันสะเทือนนั่นเอง โดยน้ำหนักที่ว่านี้ จะไม่มีส่วนไปกดให้สปริงหรือช็อคอัพ เกิดการยุบตัวแต่อย่างใด แต่จะไปเป็นอุปสรรค์ในการยุบตัวของช็อคอัพแทน ซึ่งตามหลักแรงโน้มถ่วงของโลกแล้ว สิ่งที่มีน้ำหนักยิ่งมากเท่าไหร่ ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่มากระทำกับวัตถุชิ้นนั้นมากขึ้นตามน้ำหนัก ซึ่งน้ำหนักใต้สปริงที่ว่านี้ ก็จะเป็นพวก ล้อ ยาง เบรก บังโคลน(ยกเว้นรถวิบาก) กระบอกช็อค(ในช็อคแบบเทเลสโคปิค หัวตั้ง) ลองคิดดูง่ายๆ ว่า ในการที่ช็อคจะยุบเมื่อเจอเนินหรือทางขรุขระนั้น กระบอกช็อคและชิ้นส่วนที่อยู่ใต้สปริงทั้งหมดจะเป็นฝ่ายเคลื่อนตัวขึ้น ไปหาสปริง ซึ่งในการเคลื่อนตัวขึ้นนี้ ก็ต้องเอาชนะแรงดึงดูดของโลกที่มากระทำกับมันด้วย ฉะนั้น ถ้าชิ้นส่วนที่อยู่ใต้สปริงเหล่านี้ ยิ่งมีน้ำหนักมาเท่าไหร่ ก็ถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเอาไว้มากขึ้นเท่านั้น และทำให้ชิ้นส่วนที่อยู่ใต้สปริงเหล่านี้เคลื่อนตัวขี้นไปหาสปริงยากมากขึ้น ทำให้เกิดความกระด้างของระบบกันสะเทือนเกิดขึ้นได้
ดังนั้น ผู้ผลิตรถ จึงพยายามที่จะลดน้ำหนักใต้สปริงนี้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้สังเกตุได้ โดยเฉพาะรถใหญ่จะสังเกตุได้ง่าย เช่น การใช้ช็อคหน้าแบบ หัวกลับ ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักใต้สปริง โดยการย้ายเอาส่วนกระบอกช็อคซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าส่วนแกนไปไว้ซะด้านบน และแกนช็อคจะอยู่ด้านล่างแทน ทำให้มีน้ำหนักที่มากดสปริงมากกว่าเดิม และน้ำหนักใต้สปริงจะลดลง ทำให้เกิดความนิ่มนวลขึ้น ในช็อคหลังก็เช่นกัน จะนิยมเอาแกนช็อคไว้ด้านล่าง และส่วนที่เป็นกระบอกช็อค จะอยู่ด้านบนแทน (ดังเช่นช็อคหลังของ NSR 150 SP และ KRR ZX 150) และนอกจากนี้ ยังมีการลดน้ำหนักของล้อ ยาง หรือแม้กระทั่งระบบเบรค โดยใช้วัสดุที่น้ำหนักเบา(แต่แข็งแรง) มาทดแทน ซึ่งส่งผลให้มีราคาค่อนข้างสูงตามมาด้วย (รถในบ้านเรา จึงไม่ได้มีการลดน้ำหนักส่วนนี้มากเท่าไหร่นัก)
ดังนั้น เพื่อนๆ ที่คิดจะปรับแต่งระบบกันสะเทือนของรถตัวเองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรหันมาสนใจกับน้ำหนักใต้สปริงที่ว่ากันซักนิด ซิครับ

 
     
         สำหรับบริษัท , ห้างร้าน หรือผู้ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับ วงการมอเตอร์ไซค์ ของท่านสู่เว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ท่านสามารถส่งรายละเอียดข่าวสาร หรือกิจกรรมของท่านมาได้ที่ contact@thaimocy.com ทางเว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ยินดีเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และกิจกรรมของท่าน  
   
   

  Get free counter at Cgi2yoU.com

ขณะนี้มีผู้ออนไลน์ = 14 คน
ขอขอบคุณที่ใช้บริการครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-691 0499 แฟกซ์. 02-691 0500
 สายตรง. 09-924-1863
contact@thaimocy.com