ไส้กรองของมอเตอร์ไซค์ โดยทั่วไปจะแยกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน แต่ละประเภทจะมีหน้าที่ต่างกันไป
ได้แก่ ไส้กรองน้ำมันเครื่อง,ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง และไส้กรองอากาศ
พื้นฐานไส้กรอง
อันดับแรกไส้กรองน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะมีอยู่ในรถ 4 จังหวะไม่ว่าจะรถเล็ก
หรือใหญ่ โดยทั่วไปไส้กรองน้ำมันจะแยกย่อยออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ
ไส้กรองกระดาษ,ไส้กรองเหล็ก และไส้กรองตะแกง โดยที่ไส้กรองตะแกงจะนิยมใช้ในรถเล็ก
สำรับไส้กรองกระดาษและไส้กรองเหล็กนั้นจะนิยมใช้กับรถใหญ่ เพราะรถใหญ่จะต้องทำงานหนัก
ไส้กรอง 2 ชนิดนี้จะรับแรงดันได้ดี โดยไส้กรองกระดาษจะ แพงกว่าไส้กรองเหล็ก
อายุการใช้งานใกล้เคียงกัน คือ ควรเปลี่ยนทุกๆ 2500-3000 กม./ครั้ง
ส่วนไส้กรองตะแกงมีข้อดี ตรงที่สามารถถอดมาทำความสะอาดได้ ง่าย อายุการใช้งานยาวนาน
แต่เหมาะกับรถที่มี ซีซี. เล็กมากกว่า
ไส้กรองอากาศสำคัญมากแค่ไหน
ในส่วนของไส้กรองอากาศนั้นจะมีผลกับรถใหญ่มาก ถ้าไส้กรองไม่ดีจะส่งผลให้สิ่งแปลกปลอมไหลเข้าสู่
คาร์บูเรเตอร์ ทำให้ส่วนผสมของน้ำมันไม่ดีรถวิ่งสะดุด พอนานๆไปจะลามไปถึงเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์
ผิดปกติจนหัวเทียนบอดได้ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ ไส้กรองกระดาษกับไส้กรองฟองน้ำ
ไส้กรองที่เป็นที่นิยมมากคือไส้กรองกระดาษ เพราะดูแลง่าย และสามารถดักฝุ่นได้ดีกว่าไส้กรองฟองน้ำโดยเฉพาะของนอก
จะมีคุณภาพดีมากเพราะเนื้อกระดาษทำมาจากวัสดุชนิดพิเศษ โดยทั่วไปอายุการใช้งานจะอยู่ที่
20000 กม. แต่หากต้องการประหยัด ทุกๆ 2500 กม. ที่เราถ่ายน้ำมันเครื่องก็ควรทำความสะอาดทุกๆครั้ง
สำหรับไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนมากคนเรามักจะไม่ให้ความสนใจมักจะไม่ทำการเปลี่ยนเสียด้วยซ้ำ
ซึ่งทางปฏิบัติจริงๆเราควรที่จะ เปลี่ยนทุก 15000 กม./ครั้ง
ปัญหาที่จะเกิดเมื่อไม่รักษาไส้กรอง
ไส้กรองมีความสำคัญกับเครื่องยนต์มาก หากเราไม่รู้จักวิธีการดูแลปัญหาต่างๆย่อมตามมา
อาทิเช่น ไส้กรองน้ำมันเครื่อง เมื่อหมดสภาพก็จะทำให้การถ่ายเทน้ำมันเครื่องน้อยลงจะมีผลทำให้
ความร้อนในเครื่องยนต์สูง หากเป็นไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหากไส้กรองเสื่อมคุณภาพ
ย่อมทำให้เชื้อเพลิง ไหลเข้าสู่คาร์บูเรเตอร์ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้การสันดาบในห้องเผาไหม้ลดประสิทธิภาพลง
ดังนั้นเราก็มาเอาใจใส่กับไส้กรองกันเถอะครับ
|