ระบบซื้อ - ขาย สินค้าผ่านเว็บไทยมอไซค์ ... สะดวกซื้อ สะดวกขาย..เชิญครับ
           
อยากสวย.....อยากแต่ง.....อยากแรง.....อยากรู้เรื่องอะไหล่.....ครบเครื่องเรื่องมอไซค์...ต้องที่...www.thaimocy.com...
 เช็คเมลล์ Thai    |   English
     
 ::  หน้าแรกเว็บไทยมอไซค์
 ::  สมาชิกเว็บไซต์
 ::  รายชื่อบริษัท/โรงงาน ผู้ผลิต
 ::  รายชื่อร้านซ่อม/จำหน่าย
 ::  รายละเอียดการใช้อะไหล่
 ::  อะไหล่ที่ใช้ทดแทนกันได้
 ::  ข่าวสารวงการมอเตอร์ไซค์
 ::  ข่าวสารประจำวัน
 ::  อยากโมดิฟายมอเตอร์ไซค์
 ::  อยากรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์
 ::  กระดานถาม-ตอบ มอเตอร์ไซค์
 ::  อยากซื้อ-อยากขาย
 ::  สินค้าของไทยมอไซค์
 ::  เกี่ยวกับบริษัท
 ::  เปิดร้านค้าใหม่กับไทยมอไซค์
 ::  รวมเด็ดรูปภาพมอเตอร์ไซค์
 ::  รวมเด็ดเว็บราชการ
 ::  รวมที่เด็ดเว็บกีฬา
 ::  รวมเด็ดเว็บมอเตอร์ไซค์
 ::  เพิ่มรายชื่อบริษัท,โรงงาน,ร้าน
 ::  ติดต่อกับเรา
 
 
ระบบเบรค

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเป็นส่วนที่ทำให้รถจักรยานยนต์สามารถวิ่งไปได้ ระบบเบรกก็เป็นส่วนที่ทำให้ความเร็วของรถนั้นลดน้อยลงจนกระทั่งหยุดรถได้ตามที่ต้องการดังนั้นความปลอดภัยของการขับขี่จึงขึ้นอยู่กับระบบเบรกเป็นสำคัญ

เบรกของรถจักรยายยนต์นั้นแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบคือ
1. แบบดรัมเบรก (DRUM BREAK)
2. แบบดิสก์เบรก (DISK BREAK)

เบรกรถจักรยานยนต์อาจทำงานด้วยกลไก โดยใช้สายเบรกเป็นตัวส่งจ่ายกำลังหรือด้วยน้ำมัน โดยใช้แรงดันน้ำมันเป็นตัวส่งถ่ายกำลังก็ได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว ดรัมเบรกจะทำงานด้วยกลไก ดิสก์เบรกจะทำงานด้วยน้ำมัน

ดรัมเบรก เบรกแบบนี้ ฝักเบรกพร้อมผ้าเบรก ปลายด้านหนึ่งสวมอยู่กับสลัก ปลายอีกด้านหนึ่งจะติดอยู่กับเพลาลูกเบี้ยว เมื่อดึงสายเบรกลูกเบี้ยวจะบิดตัวทำให้ฝักเบรกถ่างตัวออก ผ้าเบรกจึงแนบสนิทกับดรัมซึ่งจะหมุนไปพร้อมกับดุมล้อ ความเร็วล้อลดลงเนื่องจากความฝืด และฝักเบรกจะกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมเนื่องจากการดึงกลับของสปริง

เนื่องจากแต่ละดรัมจะมีฝักเบรกอยู่สองตัว การทำงานของฝักเบรกแต่ละตัวจึงอาจจะมีบางตัวทำงานก่อน บางตัวทำงานทีหลัง หรืออาจจะทำงานพร้อมกันทั้งสองตัว ฝักเบรกตัวที่ทำงานก่อนจะเรียกว่าฝักเบรกตาม ดังนั้นจึงแบ่งลักษณะการทำงานของฝักเบรกได้เป็นสองลักษณะ
1. แบบนำและตามหรือนำตัวเดียว
2. แบบนำทั้งคู่

แบบนำและตามแบบนี้จะมีลูกเบี้ยวเพียงตัวเดียว ฝักเบรกตัวที่ทำงานก่อนจะให้แรงเบรกมากกว่าคือฝักเบรกนำส่วนอีกตัวหนึ่งก็คือฝักเบรกตาม

การทำงาน หลักการทำงานของฝักเบรก เมื่อสายเบรกถูกดึง ลูกเบี้ยวจะบิดตัวตามทิศทางการหมุนของดรัมฝักเบรกนำซึ่งทำงานตามทิศทางการหมุนของดรัมจะทำงานก่อน ผ้าเบรกจะถูกดันให้สัมผัสแนบสนิทภายในดรัม แรงในการเบรกจึงมากขึ้นเนื่องจากการเสริมแรง สำหรับฝักเบรกตามที่ทำงานทีหลัง จะให้แรงในการเบรกน้อยกว่า เนื่องจากการทำงานในทิศทางตรงกันข้ามกับการหมุนของดรัม ทำให้เกิดการหักล้างของแรงอย่างไรก็ตามในกรณีที่รถจักรยานยนต์ขึ้นที่ลาดชันและเกิดการเบรกขึ้น ล้อซึ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพยายามที่จะเคลื่อนที่ย้อนทางหมุนด้วยจึงย้อนทางหมุนด้วย ฝักเบรกก็จะเปลี่ยนเป็นการทำงานในลักษณะฝักเบรกนำ ทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกที่ลาดชันสูงขึ้นดังนั้นการทำงานของฝักเบรกแบบนำและตาม จึงถูกเลือกใช้เป็นเบรกสำหรับล้อหลัง นอกจากนั้นยังมีโครงสร้างง่ายๆและสะดวกในการให้บริการแบบนำทั้งคู่ แบบนี้จะมีลูกเบี้ยว 2 ตัวทำหน้าที่ดันให้ฝักเบรกทำงานพร้อมกันภายในดรัม ฝักเบรกจึงทำงานในลักษณะฝักเบรกนำทั้งคู่ดังนั้นแบบนี้แรงในการเบรกจะสูงประมาณ1.5เท่าของแบบนำและตามใช้เป็นเบรกสำหรับล้อหน้า แต่ว่าในปัจจุบันนี้กำลังถูกแทนที่โดยแบบดิสก์เบรก เนื่องจากมีข้อเสียประการสำคัญคือในกรณีที่รถจักรยานยนต์ขึ้นที่ลาดชันและเกิดการเบรกขึ้น ดรัมพยายามหมุนกลับทาง ฝักเบรกนำทั้งคู่จึงเปลี่ยนการทำงานเป็นลักษณะฝักเบรกตาม ทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกบนที่ลาดชันลดลง

ดรัมทำจากเหล็กหล่อและเป็นชุดเดียวกับดุมล้อขณะเบรกความร้อนจะเกิดขึ้นเนื่องจากความฝืด ทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกของผ้าเบรกลดลง ดังนั้นผิวด้านนอกของดุมล้อจึงมีครีบระบายความร้อนทำจากอลูมินัมผสม ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนเป็นเลิศด้วยจะมีร่องสำหรับน้ำและฝุ่นผง ถ้ามีน้ำเข้ามาภายใน น้ำจะไหลผ่านไปตามร่องไหลและชะล้างฝุ่นผงไหลออกไปภายนอกด้วยรูระบายน้ำ ภายในดรัมจึงสะอาดไม่มีน้ำและผง


ดิสก์เบรก

เบรกแบบนี้ ใช้แรงดันน้ำมันเป็นตัวส่งถ่ายกำลังงาน เมื่อบีบคันเบรกมือลูกสูบของแม่ปั๊มเบรกจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทำให้น้ำมันเบรกเกิดแรงดันไหลไปตามท่อไปดันลูกสูบของชุดคาลิปเปอร์กดแผ่นผ้าเบรกซึ่งประกบอยู่ทั้งสองด้านของจานเบรก จานเบรกจะทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม จานเบรกจะหมุนไปพร้อมกับล้อ ดังนั้นเมื่อจานเบรกถูกบีบ ล้อก็จะมีความเร็วลดลงหรือหยุดได้ตามความต้องการ

ข้อดีของดิสก์เบรกเมื่อเทียบกับดรัมเบรก

1.จานเบรกเปิดไม่ปกปิด จึงระบายความร้อนได้ดีและสะอาด ดังนั้นประสิทธิภาพในเบรกจึงคงที่สม่ำเสมอเชื่อถือได้

2.ไม่มีการเสริมแรงเหมือนกับดรัมเบรกที่มีลักษณะการทำงานฝักเบรกนำจึงไม่มีความแตกต่างกำลังในการเบรก ระหว่างเบรกด้านขวาและด้านซ้าย ดังนั้นรถจักรยานยนต์จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการเบรกแล้วดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง

3. จานเบรกจะขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน ระยะห่างระหว่างจานเบรกกับแผ่นผ้าเบรกก็จะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นคันเบรกและคันเหยียบเบรก จึงยังคงทำงานได้เป็นปกติ

4. เมื่อจานเบรกเปียกน้ำก็จะถูกเหวี่ยงออกไปในระยะเวลาอันสั้นด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์

เนื่องจากมีข้อดีมากมายดิสก์เบรกจึงถูกเลือกใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบรกหน้า เพราะขณะทำการเบรก ภาระแทบทั้งหมดจะไปกระทำที่ด้านหน้า ดังนั้นเบรกล้อหน้าจึงมีความสำคัญจำเป็นต้องใช้ดิสก์เบรกกับล้อหน้า ทั้งปั๊มและคันเบรกจะติดตั้งอยู่บนแฮนด์ด้านขวามือ นั่นคือการทำงานโดยเบรกมือด้วยการบีบคันเร่ง เพื่อเพิ่มกำลังในการเบรก ปัจจุบันดิสก์เบรกนี้ นอกจากจะนำมาใช้กับล้อหน้าแล้ว จักรยานยนต์บางรุ่นยังนำมาใช้กับล้อหลังด้วยนั่นก็คือดิสก์เบรกทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ตัวจานเบรกจะยึดติดกับดุมล้อหลัง ชุดคาลิปเปอร์จะมีตัวรองรับยึดอยู่ สำหรับล้อหลังเป็นเบรกเท้า ทำงานด้วยการกดคันเหยียบเบรก

แบบของดิสก์เบรกนั้นถูกแบ่งตามโครงสร้างได้เป็น 2 แบบคือ

1.แบบลูกสูบตรงกันข้าม แบบนี้มีลูกสูบ 2 ลูกอยู่ตรงกันข้าม แผ่นผ้าเบรกทั้งคู่ถูกกดด้วยลูกสูบตามลำดับ

2.แบบลูกสูบลูกเดียว แบบนี้มีลูกสูบลูกเดียว เมื่อแผ่นผ้าเบรกด้านลูกสูบถูกกดให้สัมผัสกับจานเบรก แผ่นผ้าเบรกอีกด้านหนึ่งก็จะเคลื่อนตัวมาสัมผัสกับจานเบรก ด้วยแรงปฏิกิริยา ดังนั้นจานเบรกจึงถูกบีบโดยผ้าเบรกทั้งคู่ ดิสก์เบรกแบบนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแบบลอย

แม่ปั๊มเบรก

เมื่อบีบคันเบรกหรือกดคันเหยียบเบรกแม่ปั๊มเบรกจะเปลี่ยนจากแรงที่กระทำมาเป็นแรงดันน้ำมัน น้ำมันเบรกจะถูกบรรจุอยู่เต็มกระบอกเบรก และถ้วยใส่น้ำมันเบรก ถ้วยใส่น้ำมันเบรกอาจจะทำจากพลาสติกหรือเหล็กหล่อหรืออลูมินัมผสม และเป็นชุดเดียวกับกระบอกเบรกปลายด้านหนึ่งของลูกสูบ แม่ปั๊มเบรกจะมียางรูปถ้วยสวมอยู่เพื่อให้แนบสนิทกับกระบอกเบรก สำหรับปลายอีกด้านหนึ่งของลูกสูบก็จะมีซีลยางรูปถ้วยอีกรูปหนึ่งสวมอยู่ เพื่อป้องกันน้ำมันเบรกรั่ว ซีลยางรูปถ้วย เรียกโดยทั่วไปว่าลูกยาง

การทำงาน เมื่อบีบคันเบรกหรือกดคันเหยียบเบรก ลูกสูบจะเคลื่อนที่ไปเนื่องจากชนะความแข็งของสปริง เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ต่อไป ซีลยางจะปิดรูน้ำมันไหลกลับ แรงดันในปั๊มจะสูงขึ้น ไหลไปตามท่อไปยังชุดคาลิปเปอร์ เพื่อดันลูกสูบให้กดแผ่นผ้าเบรกเมื่อปล่อยคันเบรกหรือคันเหยียบเบรก ลูกสูบจะเคลื่อนที่กลับสู่ตำแหน่งเดิมเนื่องจากสปริงดันกลับน้ำมันเบรกไหลกลับคืนสู่ถ้วยใส่น้ำมันโดยไหลผ่านรูน้ำมันไหลกลับเป็นอย่างไรกันบ้างครับคงจะพอได้รับรู้เกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับระบบเบรกซึ่งเป็นอีกระบบหนึ่งซึ่งมีความสำคัญกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งทางทีมงานหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ


 
     
         สำหรับบริษัท , ห้างร้าน หรือผู้ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับ วงการมอเตอร์ไซค์ ของท่านสู่เว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ท่านสามารถส่งรายละเอียดข่าวสาร หรือกิจกรรมของท่านมาได้ที่ contact@thaimocy.com ทางเว็บไซต์ ไทยมอไซค์ดอทคอม ยินดีเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร และกิจกรรมของท่าน  
   
   

  Get free counter at Cgi2yoU.com

ขณะนี้มีผู้ออนไลน์ = 67 คน
ขอขอบคุณที่ใช้บริการครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-691 0499 แฟกซ์. 02-691 0500
 สายตรง. 09-924-1863
contact@thaimocy.com